iTaam.co

5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าสุนัขของคุณ "อ้วนเกินไป”

โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ สาขาใหญ่ ราชพฤกษ์

โรคอ้วนในสุนัขสามารถพบได้บ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเจ้าของบางท่านมักมองว่าสุนัขอ้วนน่ารัก หรือรู้สึกใจอ่อนทุกครั้งเมื่อสุนัขของตนเองขออาหารกินจึงไม่สามารถควบคุมอาหารได้ บางท่านมีการให้อาหารของคนซึ่งมีปริมาณไขมันสูง เช่น อาหารทอด ขนมขบเคี้ยว หรือผลไม้ เช่น ทุเรียน เป็นต้น โรคอ้วนเป็นความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการที่ไม่เหมาะสม มีการสะสมไขมันในร่างกายที่มากเกินไป อีกทั้งโรคอ้วนยังส่งผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย วันนี้เรามี 5 สัญญาณเตือนที่ให้เจ้าของสังเกตว่าสุนัขของท่านอ้วนเกินไปหรือไม่ค่ะ

1.คุณสัมผัสซี่โครงของสุนัขของคุณไม่พบใช่หรือไม่ ?

การสังเกตจากกระดูกซี่โครงเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะดูว่าสุนัขของคุณอ้วนเกินไปหรือไม่ โดยการสัมผัสที่บริเวณด้านข้างของช่องอก หากมีไขมันหนามากในสุนัขอ้วน คุณจะสัมผัสไม่พบกระดูกซี่โครงนั่นเอง

2. สุนัขของคุณมักมีปัญหาหายใจลำบากหรือไม่ ?

หากสุนัขของคุณมักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบ เหนื่อยง่าย ไม่ทนต่อการออกกำลังกาย แสดงว่าสุนัขของคุณอาจมีปัญหาอ้วนเกินไปได้ ซึ่งในระยะยาว นอกจากปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ สุนัขอ้วนเหล่านี้อาจมีปัญหาเรื่องระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง และอาจเกิดหัวใจวายได้

3. สุนัขของคุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อย หรือท้องผูกบ่อยหรือไม่ ?

สุนัขที่เป็นโรคอ้วนจะมีปัญหาเรื่องระบบการย่อยและการขับถ่าย มักจะพบปัญหาท้องผูก เนื่องจากกินอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่เกิน และมีการเผาผลาญพลังงานน้อย ในการศึกษาพบว่าสุนัขที่กินอาหารประเภทไขมันมากเกินไปอาจเนี่ยวนำให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบตามมาได้

4. สุนัขของคุณมีปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่ ?

น้ำหนักที่มากเกินไปจะส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อและข้อต่อของกระดูกได้ เช่น โรคข้ออักเสบ และโรคข้อสะโพกหลุด เป็นต้น โรคดังกล่าวทำให้สุนัขเกิดความเจ็บปวด และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสุนัขได้ในระยะยาว

5. รูปทรงของสุนัขของคุณเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมใช่หรือไม่ ?

จากภาพที่มองด้านข้างลำตัวสุนัข พบว่าบริเวณหัวไหล่กลมมน มีไขมันปกคลุม มองไม่เห็นกระดูกสันหลัง และคลำไม่พบกระดูกสันหลัง มีไขมันหนาบริเวณกระดูกเชิงกรานและมองไม่เห็นกระดูก มองไม่เห็นกระดูกซี่โครงและไม่สามารถคลำพบได้ บริเวณท้องย้อย มีไขมันสะสมมาก จากสาเหตุดังกล่าวพบว่าเมื่อมองจากทางด้านข้างลำตัวสุนัขจะคล้ายกับบล็อกของกล่องสี่เหลี่ยมนั่นเอง

การลดน้ำหนักที่เหมาะสม

การลดน้ำหนักในสุนัขต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าของสุนัขทุกคนในบ้าน เนื่องจากต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกัน ปัญหาหลักคือ เจ้าของมักจะใจอ่อนเนื่องจากสุนัขขออาหารกินเพิ่ม ทำให้ความตั้งใจในการลดน้ำหนักนั้นล้มเหลว ปัจจุบันมีอาหารสำเร็จรูปที่เป็นสูตรสำหรับควบคุมน้ำหนักของสุนัข ซึ่งจะจำกัดปริมาณของแคลอรี่ แต่ยังมีสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกาย ทำให้เจ้าของสะดวกในการจัดการเรื่องอาหาร

แนะนำให้อาหารสุนัขเป็นมื้อที่แน่นอน งดขนมที่มีพลังงานสูงในระหว่างวัน การลดปริมาณอาหารต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรลดปริมาณอาหารลงทันที เพื่อให้สุนัขได้ค่อยๆปรับตัว สุนัขจะไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์เหมือนคน แต่จะค่อยๆลดลง บางตัวอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีในการลดน้ำหนัก

นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว ยังต้องการการออกกำลังกายที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยในการกำจัดพลังงานส่วนเกินออกไปจากร่างกาย และรักษามวลของกล้ามเนื้อไว้ การเลือกวิธีการออกกำลังกายขึ้นกับความชอบของสุนัขแต่ละตัว อาจเริ่มจากการพาสุนัขเดินเป็นเวลา 15-20 นาที 2 ครั้งต่อวัน หรือบางตัวอาจเลือกว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำสำหรับสุนัขก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ นอกจากสุนัขจะลดน้ำหนักได้ตรงตามเป้าหมายแล้ว ยังได้มีกิจกรรมที่เสริมสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับสุนัข อีกทั้งคุณยังมีโอกาสได้ออกกำลังกายร่วมกับสุนัข ทำให้คุณมีรูปร่างที่ดี และมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถนำสุนัขของคุณไปตรวจสุขภาพเพื่อประเมินว่าสุนัขของคุณมีรูปร่างสมส่วน หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนหรือไม่ โดยการวัดจากการให้คะแนนภาวะรูปร่าง หรือ Body condition score ได้ที่โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศร์ทุกสาขา หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-1968244-6

บทความที่น่าสนใจ